เรื่องรัก
posted on 05 Aug 2007 21:38 by helloyoyo in shortstoryเช้าวันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส สายลมพัดใบไม้ส่ายไปมาเสมือนกับว่ามันมีชีวิต เรือนพักหลังใหญ่มีคนชราอาศัยอยู่เต็มไปหมด มองดูแล้วก็น่าอนิจจาคนชราหล่าวนี้คงถูกลูกหลานพามาปล่อยไว้ที่แห่งนี้ ที่ๆหลายคนเรียกว่า บ้านพักคนชรา คุณตาสมชายก็เช่นกัน แกอยู่ตัวคนเดียวมานานแล้ว เพราะแกไม่มีครอบครัวเหมือนกับคนอื่นๆ หรือเรียกง่ายๆว่าแกไม่เคยมีคนที่แก่รักเลยซักคน อยู่ที่นี่แกก็ได้คนชราอื่นๆเป็นเพื่อนคุยบ้างทำโน่นทำนี่บ้างตามประสาคนแก่ ที่บ้านพักคนชราแห่งนี้มีทั้งชายและหญิง แต่ก็แยกเรือนกันอยู่เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย จะได้เจอกันบ้างก็ช่วงทานอาหารเท่านั้น คุณยายจันทร์ก็เป็นคนแก่อีกคนหนึ่งที่ถูกลูกหลานพามาปล่อยไว้ที่นี่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ยายจันทร์เป็นคนแก่ที่ไม่ค่อยพูดค่อยจากับใคร แกชอบปลูกต้นไม้ คงจะมีแต่ต้นไม้เท่านั้นที่เป็นเพื่อนคลายเหงาของแก
9โมงเช้าแล้วได้เวลาทานอาหารเช้า คนชราถูกพามารวมกันที่โรงอาหาร ตาสมชายเดินถือถาดอาหารเข้าแถวรับอาหารเช่นเดิมกับทุกๆวัน เมื่อเจ้าหน้าที่ตักข้าวใส่ถาดให้แกแล้ว แกก็เดินไปที่โต๊ะอาหารที่มีเพื่อนของแกนั่งอยู่ก่อนแล้ว
เอ็งดูนางคนนั้นสิสงสัยว่าเพิ่งเข้ามาอยู่ที่นี่นะ เพราะข้าไม่เคยเห็นเลยว่ะ เสียงตาแม้นพูดขึ้น
เอ่อใช่ว่ะข้าก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนกัน ตาก้อนพูดขึ้น ทำให้สายตาของตาสมชายมองไปทางผู้หญิงที่ตาแม้นกับตาก้อนพูดถึง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วคืนนี้ท้องฟ้าเงียบเหงาไม่มีดวงดาวเลยสักดวง ตาสมชายนั่งอยู่ที่ริมระเบียงในใจกำลังครุ่นคิดถึงหญิงชราเมื่อตอนทานข้าว ทุกๆวันในตอนทานข้าวตาสมชายก็จะแอบมองยายจันทร์อยู่เสมอๆ และในตอนค่ำคืนก็จะออกไปนั่งดูดาวที่ริมระเบียงและก็คิดถึงหญิงชราคนนั้นตลอด แกก็สงสัยใจตัวเองเหมือนกันว่าแกเป็นอะไรทำไมถึงต้องไปคิดถึงยายคนนั้นด้วย แกก็ไม่เคยมีความรู้ประหลาดอย่างนี้กับใครซะด้วย หรือคงจะเป็นเพราะว่าแกตกหลุมรักยายจันทร์เข้าแล้ว
ไม่ซิฉันไม่ได้รักยายซักหน่อยแกพูดกับตัวเอง
เวลาผ่านไปเรื่อยๆคนชราคนอื่นๆก็ปฎิบัติกิจวัฒน์ประวันกันอย่างปกติ ตาสมชายก็เช่นกัน แกยังคอยแอบมองยายจันทร์ตลอดในช่วงเวลาเล็กน้อยตอนทานข้าวมันทำให้แกมีความสุขทุกครั้งที่แกได้มองยายจันทร์ทำโน่นทำนี่
หรือว่าฉันรักยายจริงนะๆ แกพูดขึ้นในใจ แกเลยตัดสินใจที่จะบอกความรู้สึกที่แกมีให้กับยายจันทร์ได้รับรู้ แต่แกเป็นคนที่ไม่เคยพูดกับผู้หญิงซักคนนอกจากแม่และก็ญาติๆของแก มีทางเดียวที่แกจะบอกกับยายจันทร์ได้ ก็คือพับนกกระดาษ แกเลยเริ่มพับนกตัวแรกโดยที่เขียนความรู้สึกที่แกมีให้กับยายจันทร์ไว้ในกระดาษที่แกใช้พับนก
ฉันแอบมองยายทุกวันเลยนะ แต่ยายก็คงไม่รู้หรอก นกกระดาษตัวแรกถูกนำไปใส่ในขวดโหล
ตาสมชายหวังว่านกกระดาษหรือที่แก่เรียกมันว่านกความรู้สึกที่อยู่ในขวดโหลนั้นจะเป็นตัวแทนคำพูดที่แกมีให้กับยายจันทร์ได้รับรู้ แกจะพับนกความรู้สึกจนเต็มโหลแล้วก็จะนำไปให้ยายจันทร์
วันนี้ฉันได้ยินเพื่อนๆยายพูดกันว่ายายไม่สบาย ฉันก็เป็นห่วงยายกลัวว่ายายจะเป็นอะไรมาก หายเร็วๆนะยาย ถ้อยคำที่มันกลั่นมาจากความรู้สึกของตาสมชายได้ถูกระบายลงในนกความรู้สึกตัวที่สอง
คืนนี้อากาศหนาว ฉันกลัวว่ายายจะเป็นหวัดอีกก่อนนอนอย่าลืมห่มผ้าด้วยนะยาย นกความรู้สึกตัวที่สามถูกใส่ลงในขวดโหล
จนเดี๋ยวนี้การพับนกความรู้สึกได้กลายเป็นกิจวัฒน์ประจำวันอีกอย่างหนึ่งของแกไปแล้ว วันแล้ววันเล่าแกก็ยังคงพับนกความรู้เหล่านั้นใส่ขวดโหล อีกไม่กี่ตัวแกก็คงจะได้นำขวดโหลที่เต็มไปด้วยนกความรู้สึกของแกไปให้กับยายจันทร์สักที
เวลาผ่านไปเรื่อยๆความรู้สึกที่แกมีให้กับยายจันทร์ก็เพิ่มทวีคูณมากขึ้นกว่าเดิมที่แกเคยมีนี้วันนี้และสินะที่แกจะพับนกความรู้สึกตัวสุดท้ายสักที ฉันรักยายนะ และแล้วนกความรู้สึกตัวสุดท้ายก็ลงไปอยู่ในขวดโหลแกมีความสุขมากที่วันพรุ่งนี้แกจะได้เปิดเผยความในใจของแกสักที
เช้าวันนี้ฟ้ามืดครึ้มเมฆก่อตัวกันดำมืดทีเดียว และไม่ช้าฝนก็ตกลงมา ตาสมชายตื่นนอนแต่เช้าแต่ที่จริงแล้วแกก็นอนหลับๆตื่นๆอย่างนี้ทั้งคืน คงเป็นเพราะแกตื่นเต้นกะมังที่แกจะได้บอกความรู้ที่แกมีให้กับยายจันทร์ได้รับรู้ 9โมงเช้าได้เวลาแห่งความสุขของแกเพราะเป็นเวลาที่แกเฝ้าคอยมานานแสนนานแกหยิบขวดโหลนกความรู้สึกไปด้วยในตอนทานอาหาร เพื่อที่แกจะได้มอบมันไว้ให้กับยายจันทร์ แกเดินตากฝนไปโรงอาหารโดยแกเอาขวดโหลที่เต็มไปด้วยนกความรู้สึกใส่เข้าไปซุกในเสื้อของแกคงเป็นเพราะแกกลัวมันจะเปียกฝน
ทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติอย่างวันเก่าๆที่มันเคยเป็นมาตาสมชายเดินไปหยิบถาดข้าวแล้วก็เดินไปเข้าแถวเพื่อรับอาหารเจ้าหน้าที่ตักข้าวใส่ถาดตาสมชายเหมือนทุกๆวัน เมื่อได้รับข้าวแล้วตาสมชายก็เดินไปที่โต๊ะอาหารและในขณะเดียวกันนั้นเอง
นี่เธอรู้รึเปล่าว่าเมื่อวานยายจันทร์ได้ไปสบายแล้วล่ะ เสียงยายหอมเพื่อนสนิทของยายจันทร์พูดขึ้นมา
จริงสิเป็นอะไรตายล่ะแก ยายหงบพูดถาม
ก็โรคหัวใจน่ะสิยายจันทร์เค้าเป็นมาตั้งนานแล้วล่ะ อาการก็เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายมาตลอดมาเมื่อวานนี่ล่ะที่ยายจันทร์คงมาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว ยายหอมตอบกลับไป
ตาสมชายได้ยินที่ยายหอมพูดกับยายหงบแล้วก็วางถาดข้าวทิ้งไว้บนโต๊ะแล้วรีบเดินออกจากโรงอาหารทันที ฝนยังคงตกอยู่เหมือนเดิมขวดโหลนกความรู้สึกก็ยังคงอยู่ในเสื้อของแกเหมือนเดิม เรือนพักขณะนี้ช่างเงียบเหงาเหลือเกินเพราะบรรดาตาๆยายๆทั้งหลายต่างก็ไปรวมตัวกันอยู่ที่โรงอาหาร แกเดินเข้าไปในห้องพักแล้วนั่นลงบนเตียงนอน น้ำตามันเอ่อล้นออกมา ทำไมเหมือนกับว่าโชคชะตาจงใจกลั่นแกล้งแกเหลือเกิน คืนนี้ที่วัดข้างๆบ้านพักคนชราจัดงานศพของยายจันทร์ แกจึงตั้งใจว่าไปเห็นหน้าคนที่แกรักเป็นครั้งสุดท้าย แม้ว่ามันจะเป็นแค่ภาพหน้ายายจันทร์ที่ตั้งอยู่ข้างๆโรงศพเท่านั้นก็ตาม
แกเดินถือขวดโหลนกความรู้สึกไปด้วยฝนยังคงตกอย่างหนักแกเดินตากฝนเข้าศาลาที่ตั้งศพของยายจันทร์ แกเดินเข้าไปที่ข้างโลงศพแล้ววางขวดโหลนกความรู้สึกไว้ที่ข้างโลงศพยายจันทร์
ยายจ๋าวันนี้ฉันมีอะไรจะให้ยายด้วยล่ะนะ ยายรู้บ้างไหมว่าฉันน่ะรักยายมากแต่ฉันก็ไม่เคยที่จะได้บอกยายออกไปทุกๆความรู้สึกของฉันที่มีต่อยายน่ะมันอยู่ในขวดโหลขวดนี้ล่ะนะยาย ลองเปิดมันอ่านดูนะ แล้วยายจะได้รู้ความรู้สึกทั้งหมดของฉันไงล่ะ แกพูดออกมาอย่างมีความสุขที่ได้บอกความรู้สึกที่แกมีให้คนที่แกรักได้รับรู้แม้ว่ามันจะเหมือนกับแกพูดกับลมกับอากาศเท่านั้น น้ำตาของแกยังคงไหลออกมาอย่างต่อเนื่อง แกเดินตากฝนออกจากศาลาวัดไปและก็ไม่ได้กลับเข้าไปในบ้านพักคนชราแห่งนั้นอีกเลย